รู้หรือไม่? ยาเสพติดคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 4 เท่าของการฆาตกรรม ดังนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะพาคนที่เรารักออกห่างจากยาเสพติดอันเลวร้ายเหล่านี้ แต่จะพูดคุยกับพวกเขาอย่างไรดีให้พวกเขาเข้ารับการบำบัดยาเสพติด เพราะไม่ว่าผู้ที่ติดยาเสพติดจะเป็นเพื่อน ญาติพี่น้อง หรือคนในครอบครัวที่ผูกพันมากเพียงใด หลังจากตกอยู่ในการควบคุมของยาเสพติด คนที่คุณคุ้นเคยก็แทบจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดังนั้นวิธีพาคนไปบำบัดยาเสพติดด้วยการพูดคุยนั้นจึงอาจทำได้ยาก เพราะวิธีการพูดคุยแบบทั่วไปนั้นไม่ค่อยจะเห็นผลมากนัก บางครั้งอาจทำให้เกิดอาการเตลิดหรือกระตุ้นให้ผู้ติดยาเสพติดสร้างความรุนแรงได้ คุณจึงจำเป็นต้องศึกษาวิธีการพูดโน้มน้าวใจเพื่อกล่อมให้เข้ารับการบำบัดโดยสมัครใจ 

บทความนี้เราจึงอยากแนะนำวิธีพาคนไปบำบัดยาเสพติดด้วยการโน้มน้าวใจ เป็นวิธีที่จะทำให้คนใกล้ตัวของคุณเข้ารับการบำบัดโดยที่ไม่รู้สึกเหมือนถูกผลักไสไล่ส่ง และไม่รู้สึกว่ากำลังเผชิญปัญหาอยู่ตัวคนเดียว มาร่วมศึกษาไปด้วยกันเลย

5 เทคนิคการพูดโน้มน้าวใจ พาคนที่คุณใกล้ตัวไปบำบัดยาเสพติด 

เราขอยกตัวอย่าง 5 วิธีการพูดโน้มน้าวใจเรื่องยาเสพติดกับคนใกล้ตัวของคุณที่มีปัญหาติดยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ด้วยเทคนิคดังต่อไปนี้ แต่อย่าลืมว่าก่อนที่คุณจะเข้าไปพูดโน้มน้าวใจ คุณควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการบำบัดยาเสพติดเสียก่อน เพื่อให้สามารถตอบคำถามและยกตัวอย่างผลดีที่ได้รับจากการบำบัดให้แก่ผู้ที่ติดยาเสพติดได้

วิธีแรกเลยในการพูดกับคนติดยาเสพติดคือเราไม่ควรใช้ถ้อยคำที่มาจากความโกรธโดยเด็ดขาด แม้เราอาจจะผ่านสถานการณ์อันแสนเลวร้ายมาก็ตาม การพูดคุยกับผู้ติดยาเสพติดคือการแสดงออกถึงความปรารถนาดี ไม่ใช่การผลักไส คุณต้องค่อย ๆ อธิบายถึงผลเสียจากยาเสพติดและผลกระทบที่เกิดขึ้นหากไม่เข้ารับการรักษา พร้อมกับเตือนใจตนเองอยู่เสมอว่าเขาไม่ได้เป็นคนติดยา แต่เขาคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา

คำต้องห้ามในการโน้มน้าวใจให้ผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดคือการตีตราว่าการที่เขาติดยาเสพติดนั้นเป็นสิ่งที่ผิด เพราะถ้อยคำเหล่านั้นจะยิ่งสร้างกำแพงในจิตใจจนทำให้การโน้มน้าวใจยากที่จะประสบผลสำเร็จ ฉะนั้นเราต้องพยายามยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น และค่อย ๆ นำเสนอวิธีฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดให้กับเขาอย่างละมุนละม่อม

การเลิกยานั้นเต็มไปด้วยความทรมาน บางครั้งผู้ที่ติดยาเสพติดอาจพยายามเลิกด้วยตนเองแล้ว แต่ไม่เป็นผล และกลับไปเข้าสู่วงจรการเสพเช่นเดิม เพราะฉะนั้นการพูดคุยเพื่อพาผู้ติดยาเสพติดไปบำบัด ต้องทำให้เขาได้รู้ว่าเขาไม่ได้สู้อยู่เพียงลำพัง ยังมีคนรอบข้างที่พร้อมอยู่เคียงข้างเขาเสมอ ในขณะเดียวกันก็พยายามบอกเขาว่าการที่เขาติดยาเสพติดทำให้คุณรู้สึกอย่างไร ทำให้คุณเสียใจแค่ไหน เพื่อให้เขาเข้าใจคุณมากขึ้น

สถานที่ จังหวะ และเวลา ก็เป็นส่วนสำคัญต่อการโน้มน้าวใจเป็นอย่างมาก ไม่ใช่ว่าเราอยากจะพูดตอนไหนก็พูดได้เลย เพราะสภาพจิตใจของผู้ที่ติดยาเสพติดไม่ค่อยจะมั่นคงสักเท่าไหร่ ดังนั้นเราต้องรอในจังหวะที่เราพร้อมมากที่สุด ในสถานที่ซึ่งสามารถพูดคุยได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีสิ่งเร้าที่ขัดการสนทนา จากนั้นก็ค่อย ๆ แนะนำให้เขาเข้ารับการบำบัด พร้อมอธิบายถึงวิธีบำบัดผู้ติดสารเสพติดให้กับเขาฟังทีละนิด ๆ จนกว่าเขาจะเปิดใจ

การโน้มน้าวเขาบ่อย ๆ เป็นส่วนสำคัญของเทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัด การพูดคุยเพียงหนึ่งครั้งอาจไม่สามารถเปลี่ยนใจเขาได้ เพราะฉะนั้นอย่าเบื่อที่จะเริ่มต้นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ไปอีกเรื่อย ๆ เพราะเทคนิคนี้เป็นการแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใย และแสดงเจตจำนงอันแน่วแน่ของคุณให้เขาได้เห็นว่าเราอยากให้เขาเลิกขาดจากยาเสพติดมากแค่ไหน แม้จะถูกปฏิเสธไปแล้วก็ตาม

ขั้นตอนการพาคนใกล้ตัวเข้ารับการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติด

เมื่อเราได้เข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการพูดโน้มน้าวเพื่อให้ผู้ป่วยยอมรับที่จะเข้ารับการรักษาแล้ว ต่อมาก็จะเป็นวิธีการพาคนไปบำบัดยาเสพติด ซึ่งขั้นตอนหลัก ๆ มีดังต่อไปนี้

เมื่อผู้ติดยาเสพติดตัดสินใจที่จะเข้ารับการบำบัดแล้ว สิ่งต่อมาที่คุณควรต้องตัดสินใจ คือเลือกว่าจะเข้าบำบัดกับสถานบำบัดที่ไหนดี โดยการเลือกนั้นจะต้องประเมินจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง อาทิ ความสะดวกของการเดินทาง งบประมาณที่มีเพื่อการรักษา เทคนิคหรือวิธีบำบัดรักษาผู้ติดสารเสพติดและความน่าเชื่อถือของสถานบำบัด คุณควรเลือกสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดให้เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วย รวมถึงหาข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการบำบัดของสถานบำบัดนั้นด้วย

หลังจากเลือกได้แล้วว่าต้องการบำบัดที่ไหน คุณต้องประเมินอาการของผู้เข้ารับการบำบัดเสียก่อน เพราะผู้ติดยาเสพติดมักจะมีปัญหาแทรกซ้อน ทั้งเรื่องของสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิต เพื่อให้สถานบำบัดสามารถประเมินอาการและวางแผนวิธีการฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดได้อย่างตรงจุดมากที่สุด

กระบวนการสุดท้ายคือการนำส่งผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดตามวันเวลาที่นัดเอาไว้ ในกรณีที่เป็นสถานบำบัดแบบกินนอน ในช่วงแรกของการบำบัดญาติจะยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ โดยส่วนใหญ่แล้ว ญาติจะสามารถเข้ามาเยี่ยมได้หลังจากผ่านการบำบัดไปแล้วประมาณ 50% จากโปรแกรมทั้งหมด 

สิ่งที่ควรเตรียมพร้อมก่อนพาคนใกล้ตัวเข้ารับการบำบัดยาเสพติด

หลังจากคุณเข้าใจถึงวิธีพาคนไปบำบัดยาเสพติดเรียบร้อยแล้ว ก็ยังมีในส่วนของขั้นตอนการเตรียมตัวอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้คุณพร้อมเมื่อถึงเวลาการเข้ารับบำบัด ทุกอย่างจะราบรื่นไม่มีข้อติดขัดมากวนใจ เพียงคุณเตรียมพร้อมในสิ่งเหล่านี้เท่านั้น

สำหรับผู้ที่กำลังทนทุกข์ทรมานจากการติดยาเสพติดของคนข้างกาย อย่าปล่อยให้เขาอยู่ในช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดเพียงลำพัง เพราะในวันหนึ่งอาจจะสายเกินไปที่จะฉุดเขากลับมาได้ ดังนั้นคุณควรเริ่มต้นเสียตั้งแต่ตอนนี้ หากคุณกำลังมองหาสถานบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ขอแนะนำให้คุณพาคนที่คุณรักเข้ามาบำบัดที่ Lighthouse สถานบำบัดและฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติดที่ตั้งอยู่ย่านชานเมืองของกรุงเทพ เราได้นำเอาหลักการบำบัดจากอเมริกามาปรับใช้กับผู้ป่วยในประเทศไทย ด้วยโปรแกรมบำบัดแบบตัวต่อตัวและดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง มั่นใจได้ว่าคุณจะได้คนที่คุณรักกลับคืนมาอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ยาเสพติดก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งปัญหาอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงกับทั้งตัวบุคคลที่เสพ รวมไปถึงบุคคลรอบข้างมาโดยตลอด เมื่อคุณพบว่าคนใกล้ตัวของคุณกำลังมีปัญหาติดยาเสพติด สิ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ดีที่สุดคือการบำบัดและฟื้นฟูจากสถานพยาบาลที่เหมาะสม ดังนั้นสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานบำบัดยาเสพติดเพื่อพาคนใกล้ตัวเข้ารับการบำบัด บทความนี้สามารถเป็นแนวทางในการใช้เลือกสถานบำบัดที่ดีที่สุดให้กับคนที่คุณรักได้ มาศึกษาไปพร้อมกันเลย

สถานบำบัดยาเสพติดในประเทศไทยมีในรูปแบบใดบ้าง

ก่อนอื่นเราอยากแนะนำเกร็ดความรู้เกี่ยวกับสถานบำบัดยาเสพติดกันสักเล็กน้อย โดยผู้ที่มีปัญหาติดยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ สามารถเข้ารับการบำบัดได้จากสถานพยาบาลใกล้ตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข สถานบำบัดยาเสพติด และสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โดยแต่ละแห่งก็จะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป หากแบ่งรูปแบบด้านการดูแลรักษาอย่างชัดเจนมากที่สุด จะสามารถแบ่งได้ 2 รูปแบบ ดังต่อไปนี้

สถานบำบัดของรัฐบาลคือสถานที่ซึ่งรัฐบาลจัดเตรียมเอาไว้ให้กับผู้เข้ารับการบำบัด ไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาลต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาลรัฐ คลินิกบำบัด รวมถึงสถาบันฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วประเทศ จุดเด่นของสถานบำบัดของรัฐคือการไม่มีค่าใช้จ่าย แต่การดูแลอาจไม่ทั่วถึงมากนัก เนื่องด้วยจำนวนผู้ติดยาเสพติดที่เข้ารับการรักษามีเป็นจำนวนมาก

สำหรับการบำบัดการติดยาเสพติดของเอกชน จะเป็นการรักษาตามความสมัครใจของผู้เข้ารับการบำบัด โดยการดูแลรักษาจะพิเศษกว่าสถานบำบัดจากรัฐบาลเพราะมีค่าใช้จ่ายและบางแห่งก็จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดด้วย สถานบำบัดของเอกชนจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และผู้เข้าบำบัดจะได้รับความเป็นส่วนตัวมากกว่าสถานบำบัดของรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมการบำบัดเฉพาะตัวตามสถานการณ์ของแต่ละคนด้วย โดยค่าใช้จ่ายก็จะแตกต่างกันออกไป 

สถานบำบัดยาเสพติดที่ดีควรเป็นอย่างไร 

เมื่อคุณได้ลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานบำบัดยาเสพติดว่ามีที่ไหนบ้างแล้ว ไม่ว่าจะในช่องทางค้นหาใด รายชื่อของสถานบำบัดที่คุณได้รับน่าจะเยอะจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราขอแนะนำคุณลักษณะของสถานบำบัดยาเสพติดที่ดีดังนี้

ไขข้อสงสัย ในประเทศไทยควรบำบัดยาเสพติดที่ไหนดี 

ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระบุเอาไว้ว่า ผู้เสพคือผู้ป่วย ดังนั้นต่อจากนี้ เราจะขอเรียกผู้ที่กำลังต้องการเข้ารับการบำบัดว่าผู้ป่วยเพื่อให้เข้าใจตรงกัน เมื่อได้รู้ไปแล้วว่าสถานบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่ดีเป็นอย่างไร ในขั้นตอนสุดท้ายก็เป็นการตัดสินใจเลือกแล้วว่าอยากจะเลือกสถานบำบัดยาเสพติดแห่งไหน ซึ่งนี่คือการตัดสินใจที่สำคัญมากต่ออนาคตของผู้ป่วย ดังนั้นเราอยากจะแนะนำวิธีการเลือกสถานบำบัดเพื่อให้เหมาะสมต่อผู้ป่วยมากที่สุดด้วยวิธีดังต่อไปนี้

ผู้ติดยาเสพติดส่วนใหญ่มักมีปัญหาสุขภาพแทรกซ้อนและปัญหาสุขภาพจิต เราจึงต้องพูดคุยและทำความเข้าใจถึงปัญหาของพวกเขาก่อน เพื่อให้สามารถมองหาคลินิกเลิกยาเสพติดที่มีความพร้อมด้านการแพทย์และตอบโจทย์กับปัญหาสุขภาพของผู้ป่วยได้

เนื่องจากจำนวนของคลินิกบำบัดยาเสพติดมีเพิ่มมากขึ้น การเลือกสถานบำบัดยาเสพติดจึงต้องทำอย่างรอบคอบและศึกษามาในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือของสถานบำบัด ซึ่งสิ่งที่สามารถตรวจสอบได้มากที่สุดก็จะเป็นเอกสารรับรองต่าง ๆ ของสถานพยาบาลและในส่วนของผู้ดูแลก็ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเท่านั้น 

แนวทางการรักษาน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของข้อสงสัยที่ว่าบำบัดยาเสพติดที่ไหนดี อย่างที่เรากล่าวไปช่วงต้นของบทความว่าแต่ละสถานบำบัดก็จะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป ผู้ที่มีส่วนตัดสินใจเลือกสถานบำบัดควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการรักษาว่าเป็นการบำบัดอย่างไร มีการฟื้นฟูสมรรถภาพหรือไม่ เป็นการรักษาแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่ม และครอบครัวมีส่วนร่วมกับการบำบัดได้มากน้อยเพียงใด เป็นต้น

หากเป็นสถานบำบัดของรัฐบาล แน่นอนว่าการดูแลย่อมไม่ค่อยทั่วถึงสักเท่าไหร่ เนื่องจากผู้ป่วยมีเป็นจำนวนมาก กลับกันหากเป็นสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดของเอกชน การดูแลผู้ป่วยจะได้รับการเอาใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะมีผู้ป่วยน้อยและจำกัด ทำให้การดูแลสามารถทำได้อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง 

สถานที่แหล่งฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดที่ดีควรอยู่ในบริเวณที่เงียบสงบ เพื่อขจัดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอยากกลับไปเสพยาอีกครั้ง ทั้งยังควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมต่อการบำบัดรักษาและได้รับการดูแลให้สะอาดเป็นระเบียบ มีสถานที่สำหรับทำกิจกรรมสันทนาการ ซึ่งจะช่วยลดความเครียดระหว่างการบำบัดได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

เคล็ดลับในการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการบำบัดในไทย

หลังจากได้รู้วิธีการเลือกสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดกันไปแล้ว เมื่อคุณพบกับสถานบำบัดที่ต้องการและได้ตกลงกับผู้ป่วยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะมาถึงขั้นตอนการเข้ารับการบำบัด เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจให้กับผู้ป่วย ซึ่งคุณสามารถทำไปพร้อม ๆ กับผู้ป่วยได้ ดังนี้

สุดท้ายนี้หากคุณยังคิดไม่แน่ใจว่าจะพาคนที่คุณรักไปเลิกยาเสพติดที่ไหนดี เราขอแนะนำ Lighthouse สถานบำบัดยาเสพติดและแอลกอฮอล์ในประเทศไทย เราคือสถานบำบัดฟื้นฟูแบบกินนอนที่ตั้งอยู่ย่านชานเมืองของกรุงเทพ ด้วยสภาพแวดล้อมอันเงียบสงบ ใช้เทคนิคการบำบัดฟื้นฟูจากอเมริกา พร้อมด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัด นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และ พยาบาลวิชาชีพ จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเอาชนะยาเสพติดจนพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขได้อย่างแน่นอน ติดต่อเราได้เลยวันนี้

เคตามีน

ยาเค เคนมผง Special K ไม่ว่าจะเรียกขานด้วยชื่อใดก็ตามแต่ ก็ไม่อาจสลัดภาพจำของการเป็นยาเสพติดอันตรายที่มีชื่อเดิมว่า ‘เคตามีน’ ลงได้ ไม่ได้เป็นแค่ตำนาน แต่ยังเป็นความจริงที่ยังหายใจอยู่ ความจริงที่หากได้สัมผัส กินดื่มหรือ สูบดมเพียงสักครั้ง ย่อมหมายถึงการนับถอยหลังสู่จุดจบของชีวิต

รู้จักกับ ‘เคตามีน’

เคตามีน (Ketamine) หรืออีกชื่อคือ ‘ยาเค’ เป็นได้ทั้งยาสลบทางการแพทย์สำหรับใช้ระงับปวดและยาเสพติดออกฤทธิ์หลอนประสาทที่เมื่อเสพเข้าไปจะรู้สึกมึนงง สติเลื่อนลอยคล้ายตกอยู่ในภวังค์ เห็นภาพหลอน เมื่อเสพในปริมาณมากจะส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปรกติและเกิดโรคทางจิตเวชอื่นตามมา

เคตามีน

กลไกการออกฤทธิ์ของเคตามีน

หากใช้เคตามีนในปริมาณที่สูงจะเกิดผลเสียในระยะยาวทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนี้

ผลต่อสมองและสภาวะทางจิต

เคตามีนสามารถเข้าแทรงแซงหรือทำลายสมองด้านความจำ การเรียนรู้ อารมณ์ และความรู้สึกผ่านการยับยั้ง N-methyl-D-aspartate receptor ตัวรับสารสื่อประสาท NMDA ซึ่งมีส่วนสำคัญคอยรับกระตุ้นประสาทให้ทำงานประสานกันได้ดั่งเช่นปรกติ เกิดเป็นลักษณะอาการหรือพฤติกรรมที่ผิดแปลกจากเดิม ซึ่งแตกต่างจากยาหลอนประสาท (Psychedelic drug) ตัวอื่น ไม่ว่าจะเป็น

เคตามีน)

สถานะของเคตามีนในทางกฎหมาย

ปัจจุบันเคตามีนมีสถานะเป็นวัตถุเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2561 ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การหยิบใช้รักษาจากแพทย์เท่านั้น หากนอกเหนือจากการใช้ดังกล่าวจะผิดกฎหมายตามบัญญัติโทษที่กำหนดไว้

อันตรายอื่นที่ควรรู้และเฝ้าระวัง

อยู่ในร่างกายนานเท่าไหร่

งานวิจัยทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยด้านการใช้เคตามีนประกอบการรักษาจากสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยได้ให้ข้อมูลว่าเคตามีนจะออกฤทธิ์ยาวนานถึง 30 นาที ร่วมกับให้ผลข้างเคียงยาวนานตั้งแต่ 80 – 100 นาที โดยแบ่งผลข้างเคียงออกเป็น 2 ระยะ (วนิดา รัตนสุมาวงศ์, พิชัย อิฎฐสกุล, น.181)

เคตามีน

เคตามีนกับการใช้รักษาโรคซึมเศร้า

เราทุกคนล้วนผ่านความมืดมนของชีวิต หากแต่เราเป็นประภาคารต้นหนึ่งที่สามารถส่องสว่างนำพาคุณให้ผ่านพ้นเวิ้งทะเลชีวิตอันเลวร้ายให้จบลงได้ ศูนย์ฟื้นฟูไลท์เฮ้าส์พร้อมมอบโอกาสชีวิตแก่ผู้ป่วยติดยาเสพติดด้วยวิถีจิตบำบัดแบบผสมผสานระหว่าง Art & Science แบบร่วมสมัยเพื่อฟื้นคืนชีวิตผู้ป่วย ให้สามารถกลับสู่สังคมได้ปรกติสุขแหล่งอ้างอิง

แหล่งอ้างอิง

ภาษาไทย

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมควบคุมวัตถุเสพติด

https://mnfda.fda.moph.go.th/narcotic/?p=5993

พฤติกรรม Stereotype (สถาบันราชานุกูล)

http://rajanukul.go.th/new/_admin/download/review0001164.pdf

กัญชา ผลเสีย

แม้ว่ากฎหมายไทยจะปลดล็อคให้ใช้กัญชาได้ทั้งด้านการแพทย์และการบริโภคในปัจจุบัน ทว่าสิ่งที่เรียกว่า ‘กัญชา’ ก็ยังคงเป็นสิ่งอันตรายที่หากไม่รู้เท่าทันและใช้มันอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะของยาสมุนไพรหรือยาเสพติดก็ล้วนมีเส้นกั้นบางเกินกว่าที่หลายคนจะทันรู้สึก ไม่ใช่แค่ความอยากรู้อยากลอง แต่เป็นเพราะชีวิตที่ไร้หนทางจนต้องใช้มันเพื่อลบเลือนความเจ็บปวด ซึ่ง ณ จุดนี้ ‘วัยรุ่น’ ดูจะเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด บทความนี้จะคุณรู้จักถึงผลเสียของกัญชาให้มากขึ้น

‘กัญชา’ จัดเป็นหนึ่งในยาหลอนประสาท

จากสมุนไพรรักษาสู่ยาเสพติด จากยาเสพติดสู่ยาทางแพทย์             กัญชาไม่ได้เป็นเพียงพืชสรรพคุณช่วยให้ผู้เสพรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังจัดเป็นยาหลอนประสาท (Psychedelic Drug หรือ Hallucinogens) ชนิดหนึ่งเฉกเช่นเดียวกับ LSD, Dimenthyltryptamine (DMT) และอื่น ๆ ซึ่งเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิดและการรับรู้ทางประสาทจากการได้ยินเสียงและเห็นภาพที่บิดเบือนจากความเป็นจริงอย่างรุนแรง หรือเปิดจิตเข้าสู่โลกไม่คาดฝันอีกใบหนึ่งจนทำให้ผู้ใช้เกิดหลงผิด เช่น อยู่ในแฟนตาซี

ยาหลอนประสาททำงานอย่างไร

เริ่มต้นเมื่อสารจากยาหลอนประสาทเข้าสู่ร่างกายจะเกิดการขัดขวางการสื่อสารกันระหว่างสารสื่อประสาทที่เรียกว่า ‘เซราโทนิน’ (Serotonin) ซึ่งคอยควบคุมด้านความหิว การนอนหลับ อารมณ์ อุณหภูมิภายในร่างกาย และประสาทรับสัมผัส

โดยหากเสพยาหลอนประสาทเข้าไปจะส่งผลให้ผู้เสพเกิดอาการอื่นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น

นอกจากจะทำให้เกิดอาการหลอนแล้ว ยังเป็นสิ่งเสพติดซึ่งกระตุ้นผู้ใช้ให้เกิดอาการอยากเสพเพิ่มยิ่งขึ้น ซึ่งในกรณีของกัญชาจะมีสรรพเฉพาะที่เรียกอาการของคนติดยาว่า Cannabis Use Disorder (CUD) ซึ่งหากเลิกก็จะหยุดยากและอันตรายอย่างมากหากไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และนักจิตบำบัด

กัญชา ผลเสีย

กัญชาส่งผลเสียต่อสมองของวัยรุ่นอย่างไรบ้าง

จากงานวิจัยด้านสุขภาพหลายชิ้นร่วมกับสถาบันวิจัยยาเสพติดแห่งชาติ (NIDA: The National Institute For Drug Abuse) สหรัฐอเมริกาได้เผยว่าการใช้กัญชาไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลสุขภาพจิตให้เสื่อมถอยก่อนวัย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่สมองต่อความสามารถด้านการเรียนรู้ ความทรงจำและสมดุลทางอารมณ์กำลังเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด

            แน่นอนว่าการใช้กัญชาในปริมาณสูงย่อมให้ผลเสียที่ไม่เพียงแต่ทำให้เห็นภาพหลอน แต่ยังรวมไปถึงการรับรู้ทางประสาทที่เปลี่ยนไป การเข้าใจผิด ความจำบกพร่อง และอาการวิกลจริต (Psychosis) หากไม่ได้การบำบัดรักษาตั้งแต่เนิ่น ปัญหาดังกล่าวอาจบานปลายกลายเป็นโรคทางจิตเวชและปัญหาสังคมในวงกว้าง

Lighthouse พร้อมเป็นประภาคารส่องสว่างนำทางชีวิตไปพร้อมคุณ

ศูนย์ฟื้นฟูไลท์เฮ้าส์พร้อมมอบโอกาสชีวิตผ่านวิถีบำบัดและฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพแก่ผู้ป่วยติดยาเสพติดจากนักจิตบำบัดชำนาญการด้านสุขภาพจิตยาวนานกว่า 20 ปี พร้อมด้วยพยาบาลวิชาชีพและนักสังคมสงเคราะห์ร่วมช่วยสร้างสภาพแวดล้อมปลอดโปร่งสบายและเป็นส่วนตัวเสมือนอยู่บ้าน ภายใต้การควบคุมของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

แหล่งอ้างอิง

https://nida.nih.gov/publications/drugfacts/cannabis-marijuana

https://www.verywellmind.com/types-of-psychedelic-drug-22073

https://www.cdc.gov/marijuana/health-effects/addiction.html

https://my.clevelandclinic.org/health/articles/6734-hallucinogens-lsd-peyote-psilocybin-and-pcp

การใช้สารเสพติดเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย แต่น่าเสียดายที่หลายคนไม่ได้รับการรักษาที่พวกเขาต้องการ ในปี 2016 ประชากรประมาณ 1.3 ล้านคนต้องได้รับการรักษา และผู้เสพติด 250,000 คนถูกตัดสินจำคุก อิงตามเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขประจำประเทศไทย

ทำไมบางคนถึงเลือกการ “หักดิบ”

ทำไมถึงเลือกการหักดิบ? บางคนใช้การหักดิบเพราะพวกเขาเชื่อว่ามันง่ายกว่าที่จะหยุดใช้ยาทันที พวกเขาอาจคิดว่าถ้าพวกเขาหยุดใช้ยากระทันหัน พวกเขาจะรู้สึกอยากใช้มันอีกน้อยลงในขณะที่เลิกยา

ความเชื่อว่าจิตใจที่เข้มแข็งคือสิ่งเดียวที่จำเป็นในการเอาชนะการเสพติด

เหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมผู้ใช้สารเสพติดเลือกที่จะหักดิบนั้นเพราะว่าพวกเขาเชื่อว่าพวกเขาสามารถเลิกยาได้ด้วยตัวเองถ้าพวกเขามีความตั้งมั่นมากพอ น่าเสียดายที่นั้นไม่ใช่เรื่องจริง การติดยาเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องใช้การรักษาแบบมืออาชีพ เหมือนอย่างที่คุณไม่สามารถรักษามะเร็งได้ด้วยตัวคุณเอง คุณไม่ควรพยายามรักษาอาการติดยาด้วยตัวคุณเอง

ต้องการเก็บการเสพติดเป็นความลับ

อีกเหตุผลที่ผู้ใช้สารเสพติดบางคนเลือกที่จะหักดิบเพราะพวกเขาต้องการเก็บอาการติดยาไว้เป็นความลับ พวกเขาอาจอายในอาการติดยาและไม่อยากให้ใครรู้เกี่ยวกับมัน หรือพวกเขาอาจกลัวถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าครอบครัวและเพื่อนๆของพวกเขาทราบ อย่างไรก็ตาม การพยายามเลิกด้วยตัวเองอาจจะยากเมื่อคุณพยายามรักษาอาการติดยาไว้เป็นความลับ

เคยเข้าสถานบำบัดยาเสพติดมาก่อน แต่ก็กลับมาเสพติดอีก

สุดท้ายแล้ว ผู้ใช้สารเสพติดบางคนเลือกที่จะหักดิบเพราะพวกเขาได้ลองเข้าศูนย์บำบัดยาเสพติดแล้ว แต่มันไม่ได้ผล บางทีพวกเขาอาจจะไม่ชอบโครงการหรือมันอาจจะแพงเกินไปหรือมันได้ผลแต่พวกเขากลับไปใช้ยาอีกในภภายหลัง ไม่ว่าเป็นเหตุผลใดก็ตาม พวกเขาอาจรู้สึกเหมือนกับว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการพยายามเลิกด้วยตัวพวกเขาเอง

อันตรายของการถอนพิษสิ่งเสพติด

การบำบัดจากยาเสพติดและแอลกอฮอล์สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์ และในขณะที่การพยายามทำที่บ้านอาจเป็นเรื่องที่น่าดึงดูดใจ การรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์สามารถช่วยลดอาการลงแดงที่ไม่พึงประสงค์และจัดการกับอาการแทรกซ้อนจากการลงแดงที่เกิดขึ้นได้ ทำให้คนๆนั้นปลอดภัยและรู้สึกสบายที่สุดระหว่างการรักษา

อาการเสพติดมักส่งผลทางกายภาพ ดังนั้นเพื่อต่อต้านอาการติดยาเสพติดและแอลกอฮอล์ บุคคลนั้นๆต้องพึ่งพาตัวเองและผ่านพ้นการเลิกยาอย่างฉับพลันได้อย่างปลอดภัย

การถอนพิษยาเค

การใช้เคตามีนเกินขนาดสามารถนำไปสู่การติดยาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อความทนทานต่อเคตามีนเพิ่มขึ้น ปริมาณและความถี่ในการใช้ยาก็มากขึ้นจนถึงขั้นเสพติดได้ เมื่อคนติดยาหยุดการใช้ยา อาการลงแดงจะกำเริบ

อาการลงแดงเกิดขึ้นเพรีตามีนไปเปลี่ยนแปลง โอปิออยด์ รีเซพเตอร์ ในสมอง อาการลงแดงทางจิตวิทยาอาจเป็นอันตราย บางทีสิ่งที่เป็นอันตรายที่สุดคือภาวะซึมเศร้าที่รุนแรง ซึ่งสามารถนำไปสู่ความเสี่ยงในการคิดสั้น

อาการลงแดงเคตามีน

อาการลงแดงเคตามีนเป็นหลักในธรรมชาติ ผู้ใช้เรื้อรังบางคนถูกรายงานว่ามีอาการลงแดงทางกายภาพ แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ อาการลงแดงจากเคตามีนทั่วไปคือ:

ระหว่างกระบวนการเลิกยา ผู้ใช้จะไม่สามารถควบคุมอารมณ์และอาจต้องแยกอยู่คนเดียวเพื่อป้องกันผู้อื่น แนะนำให้มีการดูแลอย่างมืออาชีพในการเลิกใช้เคตามีนอย่างปลอดภัย กระบวนการรักษาและเลิกยาที่ได้รับการควบคุมมากขึ้น

การถอนพิษสุรา

ถ้าคุณดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน หรือเป็นปี คุณอาจมีทั้งปัญหาทางจิตใจและร่างกายเมื่อคุณหยุดหรือลดปริมาณที่คุณดื่มอย่างจริงจัง นี้เรียกว่าการเลิกเหล้า อาการอาจมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง ถ้าคุณดื่มนานๆครั้ง มันเป็นไปได้น้อยที่คุณจะมีอาการลงแดงเมื่อคุณเลิกดื่ม แต่ถ้าคุณผ่านกระบวนการเลิกเหล้าแล้วครั้งหนึ่ง มีความเป็นไปได้มากที่คุณจะมีอาการเช่นนั้นอีกเมื่อคุณพยายามเลิกอีกครั้ง

อาการลงแดงจากเหล้า

การถอนพิษยาเมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์ ยาบ้า)

อาการลงแดงจากการหักดิบอาจรวมไปถึง:

อาการลงแดงหลังการหักดิบและการเรื้อรังอาจรวมไปถึง:

ความต้องการอาจรุนแรงและเป็นเรื่องที่ท้าทายมากระหว่างการเลิกยา มันมักนำไปสุ่การกลับไปใช้ยาหรืออาการกำเริบ

การถอนพิษโคเคน

การเลิกโคเคนอาจแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ แม้ว่าโดยทั่วไป อาการเลิกยาแบบกระตุ้นจะค่อนข้างรุนแรงน้อยกว่าอาการที่เกิดจากสารอื่นๆอย่างแอลกอฮอล์หรือฝิ่น ประสบการณ์การเลิกยาอาจแตกต่างกันไป และในบางกรณี อาจต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

โคเคนเป็นสารเสพติด โดยการใช้โคเคนเป็นประจำ บางคนอาจมีการพึ่งพาทางสรีรวิทยาทางร่างกายและมีอาการเลิกยาที่เกี่ยวข้องหากพวกเขาพยายามเลิกใช้โคเคน

อาการลงแดงจากโคเคน

การถอนพิษเฮโรอีน

การเลิกใช้เฮโรอีนสามารถเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่คนๆหนึ่งพึ่งใช้เฮโรอีนครั้งล่าสุดไป โดยปกติแล้ว การเลิกเฮโรอีนเกินขึ้นในระยะเวลา 8 ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากที่คนๆหนึ่งใช้ไปครั้งล่าสุด อย่างไรก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อใช้ อาการลงแดงจากเฮโรอีนระยะสั้นสามารถแตกต่างกันไปในแต่ละคน การเลิกใช้เฮโรอีนสามารถใช้เวลาตั้งแต่ 3 ถึง 10 วัน ระยะเวลาการเลิกใช้เฮโรอีนสามารถต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยเช่น ความถี่ในการใช้เฮโรอีน ปริมาณการใช้เฮโรอีน และระยะเวลาที่ใช้เฮโรอีน ปัจจัยด้านบุคลิกและกรรมพันธุ์ของคนๆหนึ่งก็มีส่วนเช่นกัน รวมไปถึงสุขภาพของร่างกายและจิตใจในขณะนั้น และยาหรือสารอื่นๆที่พวกเขาใช้

อาการลงแดงระยะสั้นจากเฮโรอีน

อาการาลงแดงระยะสั้นจากเฮโรอีนนั้นน่าอึดอัดและน่าวิตกเป็นอย่างมาก ทำให้หลายคนกลับไปใช้เฮโรอีน สัญญาณและอาการลงแดงระยะสั้นจากเฮโรอีนอาจรวมไปถึง:

คุณตายจากการเลิกใช้เคตามีนได้ไหม

มันมักไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงทางกายภาพในขณะที่รักษาจากการใช้เคตามีน อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายเนื่องจากอาการซึมเศร้ารุนแรงที่ผู้ใช้บางคนรู้สึกในขณะที่ทำการรักษา อีกความเสี่ยงหนึ่งคือการที่เคตามีนทำหน้าที่เป็นยากล่อมประสาทและเปลี่ยนอัตราการเต้นของหัวใจ ดังนั้นเมื่อเลิก อัตราการเต้นของหัวใจอาจเปลี่ยนไป สิ่งนี้สามารถเป็นอันตรายได้อย่างมาก

คุณตายจากการล้างพิษได้ไหม?

น่าอนาถที่ใช่ สำหรับคนที่มีความเสี่ยง อาการลงแดงจากเหล้าเป็นปัจจัยเสี่ยงในช่วงระยะเวลาการเลิกแอลกอฮอล์ อาการลงแดงจากเหล้าเป็นโรคลมชักที่ร้ายแรงที่สามารถเกิดขึ้นกับผู้คนที่เคยมีความผิดปกติของการใช้แอลกอฮอล์เป็นระยะเวลาสิบปีหรือมากกว่า ผู้คนที่เคยได้รับบาดเจ็บที่หัว การติดเชื้อ หรืออาการป่วยอื่นๆในขณะที่เลิกเหล้าก็มีความเสี่ยงที่จะมีอาการลงแดงจากเหล้าเช่นกัน

ปกติแล้ว อาการลงแดงจากเหล้าเกิดขึ้นในช่วงหลายวันแรกหลังจากที่คนๆหนึ่งดื่มเป็นครั้งสุดท้าย อย่างไรก็ตาม มันสามารถเกิดขึ้นได้นานสุดถึงสิบวันหลังจากการเลิก มันเป็นผลข้างเคียงที่คาดการณ์ไม่ได้

อะไรคืออาการลงแดงจากเหล้า?

การหกล้ม อาการชัก และภาวะหัวใจล้มเหลวอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรงและถึงกับเสียชีวิตได้

คุณตายจากการเลิกใช้ยาบ้าได้ไหม

อาการลงแดงจากยาบ้าอาจน่าอึดอัดและไม่ราบรื่นอย่างรุนแรง แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่เป้นอันตรายถึงชีวิต ถ้าคุณหรือใครบางคนที่คุณห่วงใยใช้ยาและอยากที่จะเลิกยา คุณควรเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลิกยาบ้า การเลิกสามารถเป็นเรื่องท้าทาย แต่การรักษาเฉพาะทางๆการแพทย์สามารถช่วยคุณได้อย่างปลอดภัย และทนและผ่านพ้นกระบวนการเลิกยาได้สบายยิ่งขึ้น

คุณตายจากการเลิกโคเคนได้ไหม

แม้ว่าการเลิกใช้ยากระตุ้นมักไม่ค่อยมีอาการลงแดงที่รุนแรงนัก (หรือไม่มีผลอันตรายทางการแพทย์ต่อคนไข้) บางคนอาจเสี่ยงที่จะประสบกับอาการผิดปกติที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรม (เช่น ภาวะซึมเศร้า ความคิดและความรู้สึกเชิงลบอย่างท่วมท้น) ในบางกรณี ในช่วงที่ซึมเศร้าอาจส่งผลให้มีความคิดหรือความพยายามที่จะฆ่าตัวตายได้ และสามารถนำไปสู่การกลับไปใช้โคเคนของผู้ป่วย

คุณตายจากการเลิกเฮโรอีนได้ไหม

แม้ว่าอาการลงแดงจากเฮโรอีนอย่างเดียวมักไม่เป็นอันตราย อาการระบบทางเดินอาหารที่เกิดจากการเลิกเฮโรอีน (เช่นท้องเสียและอาเจียร) สามารถนำไปสู่การเสียสมดุลของแร่ธาตุ ภาวะขาดน้ำ และอาการที่อันตรายถึงชีวิตอิงตามความเป็นไปได้ของผลกระทบเหล่านี้

ล้างพิษจากสารเสพติดและแอลกอฮอล์อย่างปลอดภัยได้อย่างไร

การล้างพิษที่บ้านหรือที่อื่นโดยปราศจากการจัดการการรักษาอย่างถูกต้องอาจไม่ปลอดภัยเพราะการต้องใช้สารบางประเภท ในบางกรณี และด้วยสารบางอย่าง (เช่นแอลกอฮอล์) การเลิกใช้อย่างฉับพลันโดยปราศจากการจัดการการักษาทางการแพทย์อาจเป็นเรื่องเสี่ยงได้

ในกรณีที่คุณมีอาการลงแดงและ/หรือความยุ่งยากที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการดูแลหรือความช่วยเหลือจากแพทย์ การล้างพิษที่บ้านอาจเป็นเรื่องอันตรายได้ ยกตัวอย่างเช่น การล้างพิษแอลกอฮอล์ที่ไม่มีการจัดการสามารถนำมาซึ่งอาการลงแดงอย่างการชักหรือการเพ้อที่สามารถนำไปสู่ความตายได้ นอกจากนี้ โอกาสที่จะกลับไปใช้ก็เพิ่มขึ้นด้วยถ้าคนๆนั้นประสบกับการเลิกที่ไม่น่าภิรมย์และไม่มีแผนการช่วยเหลือทางการ

เพื่อที่จะเริ่มการล้างพิษอย่างปลอดภัย อย่าลืมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ควรเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์การักษาอาการเสพติดหรือการจัดการการเลิกยา ผู้เชี่ยวชาญนี้สามารถให้การประเมินสถานะการณ์และความเสี่ยงของคุณอย่างละเอียด

ในการกำหนดแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคุณ เขาหรือเธออาจถามคำถามเกี่ยวกับ:

คำตอบของคุณสำหรับคำถามเหล่านี้สามารถช่วยในการประเมินระดับการรักษาที่เหมาะสมได้

ถอนพิษสารเสพติดอย่างปลอดภัย ศูนย์บำบัด ไลท์เฮ้าส์  ช่วยคุณได้

ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติดและด้านสภาพจิตใจอย่างถูกต้องตามกฏหมาย

เกี่ยวกับศูนย์ฟื้นฟูไลท์เฮ้าส์

เป็นศูนย์ฟื้นฟูและพักฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกรุงเทพ ศุนย์ฟื้นฟูไลท์เฮ้าส์ เป็นศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพในรูปแบบอเมริกัน ให้การรักษาติดยาเสพติดที่มีคุณภาพสูงสุดในราคาที่เหมาะสมและเป็นการบำบัดแบบเฉพาะในประเทศไทยเพื่อให้การรักษาเป็นรายบุคคลกับผู้บำบัดรักษาทุกราย เราเป็นเจ้าของและดำเนินการโดยทีมงานชาวอเมริกันและคนไทยที่มีประสบการณ์และได้รับการฝึกอบรมการรักษาการติดยาเสพติดและความผิดปกติด้านสุขภาพจิตจากสหรัฐอเมริกา

บริการของเรา

ให้การรักษาอาการของผู้ที่ติดยาเสพติดและแอลกอฮอล์โดยมีวิธีการรักษาแบบเหมาะสำหรับแต่ละบุคคล เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดการติดยาเสพติดที่มีคุณสมบัติและความรู้เหมาะสมที่สุด และบุคลากรทางการแพทย์ของเราทุกคนจบปริญญาโทหรือสูงกว่าโดยมีประสบการณ์หลายปีในการทำงานด้านสุขภาพจิตและการรักษาติดยาเสพติด ได้รับการฝึกอบรมในการรักษาการติดยาเสพติดและรักษาผู้ที่มีอาการผิดปกติด้านสุขภาพจิต

ติดต่อเรา

Lighthouse Human Services & Consulting, Co., Ltd.

Head Office:
Ramkamheng 118
Saphan Sung, Bangkok 10240
Thailand

Email: [email protected]