การเลิกยาเสพติดได้เป็นช่วงเวลาหนึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการฟื้นตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าความอยากหรือความคิดเกี่ยวกับการใช้สารจะหายไปทันที บางคนหยุดใช้ไปหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือแม้แต่นานกว่านั้น ก่อนจะกลับไปใช้สารอีกครั้งเมื่อเจอกับความเครียด คน สถานที่ หรือเหตุการณ์บางอย่างที่กระตุ้นความรู้สึกเดิมกลับมา
การกลับไปเสพซ้ำหรือ Relapse จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจตั้งแต่ช่วงของการบำบัด เพราะก่อนที่จะกลับไปใช้สารจริง อาจมีความเปลี่ยนแปลงทางความคิด อารมณ์ หรือพฤติกรรมเกิดขึ้นก่อน หากเจ้าตัวและคนใกล้ชิดสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ก็อาจรับมือได้ก่อนที่จะกลับไปใช้สารอีกครั้ง
สิ่งสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงการหยุดยา แต่รวมถึงการเรียนรู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรหลังหยุดยา รับมือกับอาการอยากอย่างไร และทำอย่างไรเมื่อสถานการณ์เดิมที่เคยนำไปสู่การใช้สารกลับมาอีกครั้ง
คำว่า Relapse ใช้ได้กับโรคหรือภาวะทางสุขภาพหลายประเภท โดยหมายถึงการที่อาการหรือปัญหากลับมาอีกหลังจากดีขึ้นหรือสงบลงระยะหนึ่ง ส่วนในบริบทของการใช้สารเสพติด Relapse หมายถึงการกลับไปใช้สารอีกครั้งหลังจากหยุดใช้หรืออยู่ในช่วงฟื้นตัวมาแล้วระยะหนึ่ง
การกลับไปใช้สารไม่ได้เริ่มต้นขึ้นในวันที่เสพอีกครั้งเสมอไป ก่อนหน้านั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่น เริ่มแยกตัวจากคนที่คอยสนับสนุน กลับไปพบเพื่อนกลุ่มเดิม หรือเริ่มคิดว่าตัวเองสามารถใช้เพียงครั้งเดียวแล้วหยุดได้ ขณะเดียวกัน การเกิด อาการอยากยา เพียงอย่างเดียวยังไม่ถือว่าเป็น Relapse เพราะความอยากสามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างการฟื้นตัวโดยที่ไม่ได้กลับไปใช้สาร

การกลับไปเสพซ้ำไม่ได้เกิดจากการ “ไม่มีความตั้งใจ” เพียงอย่างเดียว หลายคนรู้ถึงผลกระทบของยาเสพติดและไม่ต้องการกลับไปอยู่ในจุดเดิม แต่สิ่งกระตุ้นบางอย่างสามารถทำให้ความคิดและความอยากที่เคยเชื่อมโยงกับการใช้สารกลับมาได้
ความเครียดจากงาน ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ ความเหงา ความโกรธ หรือความรู้สึกผิด ล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นได้ โดยเฉพาะในคนที่เคยใช้สารเพื่อหลีกหนีหรือจัดการกับอารมณ์เหล่านี้
เมื่อกลับมาเจอสถานการณ์คล้ายเดิม สมองอาจเชื่อมโยงไปถึงวิธีที่เคยใช้เพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นอย่างรวดเร็ว หากยังไม่มีวิธีอื่นในการจัดการกับอารมณ์หรือสถานการณ์นั้น ความคิดเกี่ยวกับการใช้สารจึงอาจกลับมาอีกครั้ง
สิ่งกระตุ้นไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุการณ์รุนแรงเสมอไป การเจอเพื่อนที่เคยใช้สารด้วยกัน กลับไปสถานที่เดิม งานปาร์ตี้ หรือแม้แต่เพลงและบรรยากาศบางอย่าง อาจทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับการใช้สารกลับมาโดยไม่ทันตั้งตัว ช่วงแรกของการฟื้นตัวจึงมักต้องระมัดระวังสถานการณ์เหล่านี้เป็นพิเศษ เพื่อให้มีเวลาเรียนรู้วิธีรับมือก่อนกลับไปเผชิญกับสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง
หลังหยุดยาได้เป็นเวลานาน บางคนอาจเริ่มรู้สึกว่าตัวเองควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และคิดว่าการกลับไปใช้เพียงครั้งเดียวในงานเลี้ยงหรือโอกาสพิเศษไม่น่าจะมีปัญหา แต่สำหรับผู้ที่เคยมีปัญหาจากการใช้สาร การกลับไปใช้ครั้งเดียวอาจกระตุ้นรูปแบบพฤติกรรมเดิมกลับมาได้ โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เตรียมแผนรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น
หลังผ่านช่วงอาการถอนเฉียบพลันไปแล้ว ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างทางอารมณ์และพฤติกรรมอาจเกิดขึ้นก่อนการกลับไปใช้สาร สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะเกิด Relapse แน่นอน แต่ถ้าเกิดขึ้นหลายอย่างพร้อมกัน หรือแตกต่างจากช่วงที่ฟื้นตัวได้ดี ก็ควรให้ความสนใจมากขึ้น
หากเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ การพูดคุยหรือกลับไปติดต่อทีมดูแลตั้งแต่ยังไม่ได้ใช้สารอีกครั้ง มักจัดการได้ง่ายกว่าการรอให้เกิด Relapse ขึ้นแล้ว โดยเฉพาะในผู้ที่เคยมีอาการของผู้ติดสารเสพติดรุนแรงมาก่อน
แม้จะหยุดใช้สารไปแล้ว อาการอยากยา ยังสามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อพบสิ่งที่สมองเคยเชื่อมโยงกับการใช้สาร เช่น คน สถานที่ เพลง บรรยากาศ หรือความรู้สึกบางอย่าง บางคนหยุดใช้มานานและแทบไม่ได้คิดถึงสาร แต่ความอยากอาจกลับมาอย่างชัดเจนเมื่อพบสิ่งกระตุ้นเดิม ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการที่สมองเคยเรียนรู้ว่าสารเสพติดให้ความรู้สึกหรือผลตอบแทนบางอย่างได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมภาวะสมองติดยาและความอยากจึงไม่ได้หายไปพร้อมกับการหยุดใช้สารทันที
ความอยากไม่ได้คงอยู่ในระดับเดียวตลอดเวลา เมื่อรู้ว่าสถานการณ์ใดกำลังกระตุ้นความอยาก การออกจากสถานการณ์นั้นชั่วคราว ติดต่อคนที่ไว้ใจ หรือกลับไปใช้วิธีรับมือที่เคยฝึกระหว่างการบำบัด สามารถช่วยให้ผ่านช่วงที่ความอยากรุนแรงไปได้ หากอาการเกิดถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น หรือเริ่มรู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ยาก ควรกลับไปปรึกษาทีมรักษาก่อนที่จะนำไปสู่การใช้สารจริงงอาการใจสั่นหรือเวียนศีรษะ ขณะที่บางรายอาจเข้าสู่ภาวะฉุกเฉินภายในเวลาไม่นาน หากเริ่มมีอาการผิดปกติหลังใช้สาร ไม่ควรรอให้อาการหายเอง เพราะยิ่งได้รับการรักษาเร็ว โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนก็ยิ่งลดลง
แรงจูงใจในการเลิกยาเสพติดมีความสำคัญ แต่ไม่ได้อยู่ในระดับเดิมตลอดช่วงการฟื้นตัว ช่วงแรกบางคนมีเหตุผลที่ชัดเจนมาก เช่น ปัญหาสุขภาพ ความสัมพันธ์ หรือการทำงาน แต่เมื่อเวลาผ่านไปและชีวิตเริ่มกลับมาเป็นปกติ เหตุผลที่เคยทำให้อยากหยุดอาจรู้สึกห่างออกไป จึงไม่ควรฝากการฟื้นตัวไว้กับ “ความตั้งใจ” เพียงอย่างเดียว
กิจวัตรที่มั่นคง คนที่สามารถพูดคุยด้วย วิธีจัดการความเครียด และกิจกรรมระหว่างการฟื้นฟูล้วนช่วยสร้างชีวิตประจำวันที่ไม่วนกลับไปอยู่กับสภาพแวดล้อมเดิม การมีวันที่รู้สึกท้อหรือแรงจูงใจลดลงจึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงความล้มเหลว แต่เป็นช่วงเวลาที่ควรกลับมาดูว่าตอนนี้ส่วนใดของการดูแลเริ่มไม่เพียงพอเหล่านี้ให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ เพราะจะช่วยให้ประเมินอาการและวางแผนการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

การป้องกันการกลับไปเสพซ้ำไม่ได้หมายความว่าจะต้องหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นทุกอย่างไปตลอดชีวิต แต่คือการรู้ว่าสถานการณ์ใดเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเอง และเตรียมวิธีรับมือไว้ก่อนที่จะเจอสถานการณ์จริง
แนวทางที่สามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ ได้แก่
สำหรับบางคน ช่วงหลังหยุดสารอาจยังมีอาการถอนยาเสพติดหรือมีปัญหาด้านการนอน อารมณ์ และความวิตกกังวลหลงเหลืออยู่ การทำความเข้าใจว่าอาการใดเกี่ยวข้องกับการถอนสาร และสถานการณ์ใดกำลังกระตุ้นความอยาก จะช่วยให้เลือกวิธีรับมือได้เหมาะสมมากขึ้น
หากกลับไปใช้สารอีกครั้ง ไม่ควรมองว่าสิ่งที่ทำมาตลอดช่วงการฟื้นตัวสูญเปล่า แต่ก็ไม่ควรปล่อยผ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งที่ควรทำคือมองย้อนกลับไปว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น มีเหตุการณ์หรืออารมณ์อะไรที่กระตุ้นให้กลับไปคิดถึงการใช้สาร ช่วงนั้นเริ่มห่างจากกิจวัตร คน หรือการดูแลที่เคยช่วยให้ฟื้นตัวหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการปรับแผนการฟื้นตัวให้เหมาะกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง
หากมีการกลับไปใช้สารในปริมาณมาก ใช้หลายชนิดร่วมกัน หรือเกิดอาการทางร่างกายผิดปกติ ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ก่อนเรื่องอื่น
ไม่จำเป็นเสมอไป การรักษาหลังเกิด Relapse จะขึ้นอยู่กับว่ากลับไปใช้สารชนิดใด ใช้มากน้อยเพียงใด เกิดขึ้นครั้งเดียวหรือกลับไปใช้ต่อเนื่อง รวมถึงสภาพร่างกายและจิตใจในขณะนั้น
ทีมรักษาอาจกลับไปดูว่าแผนเดิมมีจุดใดที่ยังไม่ตอบโจทย์ เช่น การรับมือกับสิ่งกระตุ้น ความเครียด ปัญหาสุขภาพจิต หรือการขาดระบบสนับสนุนหลังออกจากโปรแกรม แล้วจึงปรับ การบำบัดผู้ติดยาเสพติดให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการหยุดใช้สารอีกครั้ง แต่ยังรวมถึงการหาว่าอะไรนำไปสู่การกลับไปใช้ และวางแผนเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดขึ้นซ้ำ
Relapse ในบริบทของการเลิกยาเสพติด คือการกลับไปใช้สารอีกหลังจากอยู่ในช่วงหยุดใช้หรือฟื้นตัวมาแล้วระยะหนึ่ง การกลับไปเสพซ้ำมักมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ความเครียด อาการอยากยา คนและสภาพแวดล้อมเดิม ไปจนถึงความคิดว่าตัวเองสามารถควบคุมการใช้ได้แล้ว การรู้จักสิ่งกระตุ้นและสัญญาณของตัวเองจึงเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวในระยะยาว
Lighthouse Thailand ให้การดูแลผู้ที่มีปัญหาจากสารเสพติดและแอลกอฮอล์ โดยวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล รวมถึงการดูแลด้านพฤติกรรมและสุขภาพจิต เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดเรียนรู้วิธีรับมือกับความอยากและสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การกลับไปใช้สารซ้ำ
หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีความอยากรุนแรงขึ้น กลับไปใช้สารอีกครั้ง หรือกังวลว่าจะเกิด Relapse การเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ช่วงแรกสามารถช่วยหาสาเหตุและปรับแผนการดูแลให้เหมาะกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ได้
Lighthouse Human Services & Consulting, Co., Ltd.
Head Office:
Ramkamheng 118
Saphan Sung, Bangkok 10240
Thailand