โคเคนคืออะไร? รู้จักยาเสพติดตัวร้าย และวิธีเลิกโคเคนอย่างปลอดภัย

โคเคนเป็นหนึ่งในยาเสพติดที่อันตรายและแพร่หลายที่สุดในโลก แม้ว่าหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อของมันจากภาพยนตร์หรือข่าว แต่ความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับผลกระทบที่รุนแรงของโคเคนต่อร่างกายและจิตใจนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

ที่ศูนย์บำบัดยาเสพติด Lighthouse เราได้พบเห็นผลกระทบของการติดโคเคนในผู้ป่วยมากมาย ทุกคนต่างเผชิญกับความท้าทายเดียวกัน นั่นคือการติดยาที่รุนแรงและยากต่อการเลิก

บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับโคเคนอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ที่มาและลักษณะของยา อาการและผลกระทบที่เกิดขึ้น ไปจนถึงกระบวนการบำบัดและวิธีการเลิกโคเคนอย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติดนี้อยู่ ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องคือก้าวแรกสู่การฟื้นฟูอย่างยั่งยืน

โคเคนคืออะไร? ทำความรู้จักยาเสพติดโคเคนให้โทษ

โคเคน คือ สารกระตุ้นประสาทที่ทำให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานเร็วขึ้น ยาเสพติดโคเคนจัดอยู่ในประเภทยาเสพติดให้โทษที่ผิดกฎหมายและมีอันตรายสูง เนื่องจากสามารถทำให้เกิดการเสพติดได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่การใช้เพียงครั้งแรกก็อาจนำไปสู่ความต้องการใช้ซ้ำได้

ในทางการแพทย์ โคเคนเคยถูกใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ในอดีต แต่ปัจจุบันได้ถูกแทนที่ด้วยยาที่ปลอดภัยกว่า การใช้โคเคนในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการใช้ในทางที่ผิด ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและสังคมอย่างมาก

โคเคนทำมาจากอะไร? ต้นกำเนิดและกระบวนการผลิต

โคเคนทำมาจากใบของต้นโคคา (Coca plant) ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Erythroxylum coca ซึ่งเป็นพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติในภูมิภาคแอนดีสของทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในประเทศโคลอมเบีย เปรู และโบลิเวีย

ใบโคคาในรูปแบบธรรมชาติมีสารโคเคนอยู่เพียงเล็กน้อย ชาวพื้นเมืองในแถบเทือกเขาแอนดีสใช้ใบโคคาเคี้ยวเพื่อช่วยลดอาการอ่อนเพลียจากการอยู่ในที่สูงมาเป็นเวลานาน แต่การใช้ในลักษณะนี้แตกต่างอย่างมากจากโคเคนที่ผลิตเป็นยาเสพติด

กระบวนการผลิตโคเคนเริ่มจากการสกัดสารจากใบโคคาด้วยสารเคมีต่างๆ เพื่อให้ได้สารบริสุทธิ์ที่มีความเข้มข้นสูง จากนั้นจะผ่านกระบวนการทางเคมีหลายขั้นตอนเพื่อให้ได้โคเคนในรูปแบบผงสีขาวที่พบในตลาดมืด 

ประเภทและรูปแบบของโคเคน

โคเคนมีหลายรูปแบบที่พบในการใช้งาน รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือ:

โคเคนผง (Powder Cocaine) เป็นผงสีขาวละเอียดที่มักจะสูดทางจมูก บางครั้งอาจฉีดเข้าเส้นเลือดหรือถูใส่เหงือก 

แครกโคเคน (Crack Cocaine) เป็นผลึกหรือก้อนสีขาวนวลหรือสีน้ำตาลอ่อนที่ถูกแปรรูปจากโคเคนผงผ่านกระบวนการทางเคมี สามารถสูบได้และออกฤทธิ์เร็วกว่าโคเคนผง ทำให้มีอันตรายสูงกว่าและเสพติดได้ง่ายกว่า

โคเคนมีลักษณะคล้ายกับยาไอซ์ในแง่ที่ว่าทั้งสองเป็นยาเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท แต่มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีนเป็นสารสังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์นานกว่าโคเคน ทั้งสองชนิดล้วนอันตรายและทำให้เสพติดได้ง่าย โดยมีผลกระทบร้ายแรงต่อระบบประสาท หัวใจ และสุขภาพจิต ในประเทศไทย ยาไอซ์เป็นปัญหาที่พบบ่อยกว่าโคเคน แต่ทั้งสองก็ต้องการการบำบัดอย่างจริงจังเท่าเทียมกัน

โคเคนออกฤทธิ์อย่างไร? กลไกการทำงานต่อสมอง

โคเคนออกฤทธิ์โดยการรบกวนการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะโดปามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกพึงพอใจ ความสุข และการให้รางวัลตัวเอง

ในสภาวะปกติ โดปามีนจะถูกปล่อยออกมาเมื่อเราทำกิจกรรมที่สร้างความพึงพอใจ เช่น การรับประทานอาหารอร่อย การออกกำลังกาย หรือการได้รับคำชมเชย หลังจากนั้นโดปามีนจะถูกนำกลับเข้าไปยังเซลล์ประสาทเพื่อรอใช้งานครั้งต่อไป

แต่เมื่อมีโคเคนเข้าไปในร่างกาย สารนี้จะขัดขวางกระบวนการนำโดปามีนกลับเข้าไปยังเซลล์ประสาท ทำให้โดปามีนสะสมอยู่ในช่องว่างระหว่างเซลล์ประสาทมากผิดปกติ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกสุขสดชื่น มีพลังงาน และมั่นใจในตัวเองอย่างมากในระยะสั้น

ภายในไม่กี่นาทีหลังจากใช้โคเคน ผู้ใช้จะรู้สึกรุนแรงขึ้น

  • ความรู้สึกมีความสุขอย่างล้นเหลือ
  • พลังงานและความกระตือรือร้นเพิ่มขึ้น
  • ความมั่นใจในตัวเองสูงผิดปกติ
  • ความต้องการสังสรรค์เพิ่มขึ้น
  • ความตื่นตัวและไม่รู้สึกง่วงนอน
  • ความต้องการอาหารลดลง

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้มาโดยไม่มีราคาที่ต้องจ่าย ร่างกายจะตอบสนองด้วยอาการทางกายที่เป็นอันตรายหลายอย่าง 

ระยะเวลาที่ออกฤทธิ์และคงค้างในร่างกาย

ระยะเวลาที่โคเคนออกฤทธิ์แตกต่างกันไปตามวิธีการใช้ หากสูดทางจมูก ผลกระทบจะเริ่มภายใน 3-5 นาที และคงอยู่ประมาณ 15-30 นาที หากสูบหรือฉีดเข้าเส้นเลือด ผลจะเกิดขึ้นเร็วกว่า คือภายใน 5-10 วินาที แต่หมดฤทธิ์เร็วกว่าเช่นกัน

เนื่องจากฤทธิ์ของโคเคนหมดไปอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้จึงมักใช้ซ้ำๆ เพื่อรักษาความรู้สึกที่ต้องการ พฤติกรรมการใช้แบบ “binge” นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงร้ายแรง รวมถึงการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด

แม้ว่าฤทธิ์จะหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ร่องรอยของโคเคนยังคงตรวจพบในร่างกายได้นานกว่านั้นมาก โดยสามารถตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะได้ 2-4 วัน ในเส้นผมได้นานถึง 90 วัน และในเลือดได้ประมาณ 12-48 ชั่วโมง

อาการและผลกระทบจากการใช้โคเคน

อาการเมื่อใช้โคเคน – สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง 

การสังเกตอาการของผู้ที่ใช้ยาเสพติดสามารถช่วยในการแทรกแซงและให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที อาการที่พบเห็นได้ชัดเจนในผู้ใช้โคเคนประกอบด้วย:

  • อาการทางร่างกาย: ม่านตาขยาย จมูกแดงหรือมีแผล (จากการสูด) น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว กลิ่นตัวหรือสุขอนามัยส่วนบุคคลแย่ลง นอนไม่หลับหรือนอนน้อย มือสั่น และเหงื่อออกมาก
  • อาการทางพฤติกรรม: พูดเร็วและมาก กระสับกระส่าย กระตือรือร้นผิดปกติ ตื่นเต้นง่าย หวาดระแวง และมีพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายเพิ่มขึ้น เช่น การใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายหรือมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย
  • อาการทางจิตใจ: อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ โดยเฉพาะหลังจากที่ฤทธิ์ยาหมดไป ความวิตกกังวลและความกลัวที่ไม่มีเหตุผล หวาดสงสัย และในบางกรณีอาจมีอาการประสาทหลอนทั้งการได้ยินและเห็น

ผลเสียของโคเคนต่อร่างกายและจิตใจ 

โทษโคเคนในระยะยาวนั้นรุนแรงและบางอย่างอาจกลับคืนไม่ได้

  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด: โคเคนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจอย่างมาก อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือหัวใจวาย แม้ในคนที่ยังหนุ่มสาวและไม่มีปัญหาหัวใจมาก่อน
  • ระบบทางเดินหายใจ: การสูบโคเคนสามารถทำลายปอด ทำให้เกิดภาวะปอดแตก เลือดออกในปอด หรือปอดอักเสบเรื้อรัง
  • จมูกและไซนัส: การสูดโคเคนเป็นประจำทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบ มีแผล และในที่สุดอาจทำให้กระดูกกั้นจมูกทะลุได้
  • ระบบทางเดินอาหาร: โคเคนลดการไหลเวียนของเลือดไปยังลำไส้ ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ฉีกขาดได้
  • การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ: ผู้ชายอาจมีปัญหาการแข็งตัว ผู้หญิงอาจมีปัญหาเรื่องประจำเดือนและภาวะมีบุตรยาก
  •  ระบบประสาท: การใช้โคเคนเป็นประจำสามารถทำให้เกิดอาการชัก โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก ซึ่งอาจนำไปสู่อัมพาตหรือเสียชีวิตได้
  • ปัญหาสุขภาพจิต: เกิดภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล หวาดระแวงอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจเกิดอาการทางจิตคล้ายโรคจิตเภท

ทำไมโคเคนถึงเลิกยาก? 

การเลิกโคเคนเป็นความท้าทายที่ยากลำบากมาก เนื่องจากยาชนิดนี้ส่งผลกระทบต่อระบบรางวัลในสมองอย่างรุนแรง เมื่อใช้โคเคนเป็นประจำ สมองจะปรับตัวเข้ากับระดับโดปามีนที่สูงผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถรู้สึกพึงพอใจจากกิจกรรมปกติทั่วไปได้อีกต่อไป

ผู้ติดโคเคนมักประสบกับความอยากยาที่รุนแรงมาก ซึ่งสามารถคงอยู่ได้นานหลายเดือนหรือหลายปีหลังจากเลิกใช้ ความอยากนี้อาจถูกกระตุ้นโดยความเครียด สถานที่ บุคคล หรือสิ่งของที่ทำให้นึกถึงการใช้ยา นอกจากนี้ อาการถอนยาทางจิตใจ โดยเฉพาะภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง ความเหนื่อยล้า และความรู้สึกว่าชีวิตไม่มีความหมาย ทำให้ผู้เลิกยามีความเสี่ยงสูงที่จะกลับไปเสพซ้ำ

การเลิกโคเคนด้วยตัวเอง อันตรายจริงหรือไม่? 

การเลิกโคเคนด้วยตัวเองมีความเสี่ยงและอันตรายหลายประการที่หลายคนอาจไม่ทราบ แม้ว่าอาการถอนยาโคเคนจะไม่รุนแรงทางกายเหมือนยาเสพติดบางชนิด แต่อาการทางจิตใจนั้นอันตรายมากและอาจคุกคามชีวิตได้

ภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง เป็นอาการถอนยาที่พบบ่อยที่สุด ผู้เลิกยาอาจรู้สึกสิ้นหวัง ไร้ค่า และในบางกรณีอาจมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย การขาดการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญในช่วงเวลานี้อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมได้

ความอยากยาที่ควบคุมไม่ได้ ทำให้โอกาสกลับไปเสพซ้ำสูงมาก โดยเฉพาะในสัปดาห์แรกหลังหลังจากเลิกใช้ หากกลับไปใช้โคเคนอีกครั้งหลังจากหยุดไปนาน ร่างกายจะมีความทนทานต่อยาลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการใช้ยาเกินขนาดและเสียชีวิตได้

ปัญหาสุขภาพที่ซ่อนเร้า การใช้โคเคนระยะยาวอาจทำให้เกิดปัญหาหัวใจ หลอดเลือดสมอง หรืออวัยวะอื่นๆ โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว การเลิกยาโดยไม่ได้รับการตรวจสุขภาพจากแพทย์อาจพลาดการรักษาปัญหาเหล่านี้ทันท่วงที

การขาดเทคนิคและทักษะในการจัดการกับสถานการณ์เสี่ยงทำให้ผู้พยายามเลิกยาด้วยตัวเองมักล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อให้เกิดความท้อแท้และความรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเลิกได้ ซึ่งยิ่งทำให้ปัญหาแย่ลงไปอีก

นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมการเลิกโคเคนภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดจึงปลอดภัยและมีอัตราความสำเร็จสูงกว่ามาก ทีมแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยง ดูแลอาการถอนยา ให้การสนับสนุนทางจิตใจ และสอนทักษะที่จำเป็นในการรักษาความปลอดยาอย่างยั่งยืน

วิธีเลิกโคเคนอย่างปลอดภัย

การเลิกโคเคนอย่างปลอดภัยไม่ใช่เรื่องที่ควรทำลำพัง เพราะโคเคนเป็นสารกระตุ้นที่ส่งผลต่อสมอง ระบบหัวใจ และสภาพจิตใจอย่างรุนแรง การหยุดใช้แบบไม่มีการดูแลอาจทำให้เกิดอาการถอนยา ภาวะซึมเศร้า หรือเสี่ยงต่อการกลับไปเสพซ้ำได้

ขั้นตอนการบำบัดและฟื้นฟูที่ Lighthouse 

การบำบัดที่ สถานบําบัดยาเสพติด กินนอน Lighthouse เริ่มจากการประเมินร่างกายและสุขภาพจิตอย่างละเอียด ผู้เชี่ยวชาญจะดูประวัติการใช้สาร ระยะเวลา ความถี่ และภาวะแทรกซ้อนที่อาจมี เพื่อออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล

โปรแกรมฟื้นฟูมักผสมผสานหลายองค์ประกอบ ได้แก่

  • การดูแลทางการแพทย์อย่างใกล้ชิดในช่วงเริ่มต้น
  • การบำบัดด้านจิตใจ เช่น การบำบัดรายบุคคลและกลุ่ม
  • การให้ความรู้เกี่ยวกับการเสพติดและผลกระทบต่อสมอง
  • การปรับพฤติกรรมและทักษะการใช้ชีวิต

เป้าหมายไม่ใช่แค่หยุดเสพ แต่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจรากของปัญหา ฟื้นฟูสมดุลทางอารมณ์ และสร้างพื้นฐานชีวิตใหม่ที่ยั่งยืน

การดูแลอาการถอนยา 

เมื่อหยุดใช้โคเคน ร่างกายและสมองจะต้องปรับตัว อาการถอนยาที่พบบ่อย ได้แก่ อ่อนเพลียอย่างรุนแรง นอนไม่หลับ หงุดหงิด ซึมเศร้า วิตกกังวล หรืออยากเสพซ้ำอย่างหนัก บางรายอาจมีความคิดทำร้ายตนเอง

การดูแลอาการถอนยาอย่างปลอดภัยจึงจำเป็นต้องมีทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยเฝ้าระวัง ประเมินอาการทางกายและจิตใจเป็นระยะ ดูแลเรื่องการนอน โภชนาการ และการพักผ่อน ให้การสนับสนุนทางจิตใจอย่างต่อเนื่อง 

การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีระบบชัดเจน จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ผ่านช่วงถอนยาไปได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

การป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ 

หลังผ่านช่วงถอนยาแล้ว ความท้าทายสำคัญคือการป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ ซึ่งมักเกิดจากความเครียด สิ่งกระตุ้นเดิม หรืออารมณ์ด้านลบที่ยังไม่ได้รับการจัดการ

แนวทางสำคัญในการป้องกันการเสพซ้ำ ได้แก่

  • การบำบัดต่อเนื่องเพื่อเรียนรู้วิธีรับมือกับความอยาก
  • การระบุและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่เสี่ยง
  • การสร้างกิจวัตรใหม่ที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ
  • การมีเครือข่ายสนับสนุน เช่น ครอบครัว กลุ่มบำบัด หรือผู้ให้คำปรึกษา

การฟื้นฟูที่ยั่งยืนต้องอาศัยเวลา ความเข้าใจตนเอง และการสนับสนุนที่เหมาะสม หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญปัญหาการเสพโคเคน เราพร้อมให้การดูแลและคำแนะนำอย่างเป็นกันเองและไม่มีการตัดสิน การตัดสินใจขอรับการช่วยเหลือแสดงถึงความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาชีวิตของคุณ ไม่มีใครต้องเผชิญกับความท้าทายนี้เพียงลำพัง ทีมงานของเราจะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนคุณตลอดเส้นทางการฟื้นฟูทุกช่วงเวลาสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือการนัดหมายปรึกษา สามารถติดต่อเราได้เลยตอนนี้

ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติดและด้านสภาพจิตใจอย่างถูกต้องตามกฏหมาย

เกี่ยวกับศูนย์ฟื้นฟูไลท์เฮ้าส์

เป็นศูนย์ฟื้นฟูและพักฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกรุงเทพ ศุนย์ฟื้นฟูไลท์เฮ้าส์ เป็นศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพในรูปแบบอเมริกัน ให้การรักษาติดยาเสพติดที่มีคุณภาพสูงสุดในราคาที่เหมาะสมและเป็นการบำบัดแบบเฉพาะในประเทศไทยเพื่อให้การรักษาเป็นรายบุคคลกับผู้บำบัดรักษาทุกราย เราเป็นเจ้าของและดำเนินการโดยทีมงานชาวอเมริกันและคนไทยที่มีประสบการณ์และได้รับการฝึกอบรมการรักษาการติดยาเสพติดและความผิดปกติด้านสุขภาพจิตจากสหรัฐอเมริกา

บริการของเรา

ให้การรักษาอาการของผู้ที่ติดยาเสพติดและแอลกอฮอล์โดยมีวิธีการรักษาแบบเหมาะสำหรับแต่ละบุคคล เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดการติดยาเสพติดที่มีคุณสมบัติและความรู้เหมาะสมที่สุด และบุคลากรทางการแพทย์ของเราทุกคนจบปริญญาโทหรือสูงกว่าโดยมีประสบการณ์หลายปีในการทำงานด้านสุขภาพจิตและการรักษาติดยาเสพติด ได้รับการฝึกอบรมในการรักษาการติดยาเสพติดและรักษาผู้ที่มีอาการผิดปกติด้านสุขภาพจิต

ติดต่อเรา

Lighthouse Human Services & Consulting, Co., Ltd.

Head Office:
Ramkamheng 118
Saphan Sung, Bangkok 10240
Thailand

Email: [email protected]